13 บทพิสูจน์รักแท้

Posted on Jun 10 2013 - 8:15pm by DMR

truelove

“รักแท้” เป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผู้คนบนโลกใบนี้  เป็นทั้งความอบอุ่น ความงดงามในจิตใจและพลังแห่งการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต โดยมีผู้ให้คำนิยามไว้ว่า “รักแท้” หมายถึง “รักจริง” แสดงว่า ไม่ใช่ “รักหลอกลวง…” หากแต่ ”รักแท้” จัดเป็นความรักที่มีเกียรติ มีคุณค่าของความดีอย่างเต็มเปี่ยม

บนเส้นทางการแสวงหารักแท้ เปรียบเสมือนการเดินทางไปในที่ๆ ไม่เคยพบเห็นมาก่อน โดยยังไม่พบจุดหมายปลายทาง หรือมองเห็นเพียงบางส่วนที่ยังไม่ใช่ความเป็นจริงทั้งหมด เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นว่าต่อไปจะได้พบกับประสบการณ์ใดที่ไม่เคยได้ลิ้มลอง จะผิดหวังหรือสนุกกับความไม่แน่นอนของอนาคตที่ยังมาไม่ถึงไม่มีใครทราบล่วงหน้า

เพราะรักแท้ ไม่ใช่สมบัติที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ไม่ใช่ความต้องการสนองอารมณ์ตามอำนาจกิเลสความใคร่ แล้วจะทำให้ได้มาด้วยเหลี่ยมเล่ห์เพทุบายใดก็ได้ แต่เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน มีความเป็นศิลปะและสร้างสรรค์เพื่อจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความสุข มีความจริงใจที่จะต้องพิสูจน์ได้ในทุกกาลเวลา ทุกสถานการณ์

ตราบใดที่ยังไม่ได้พบ “รักแท้” ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดความรู้สึกลึกๆ ในใจว่าชีวิต ……..

“ยังขาดอยู่…” แม้จะกินอิ่ม นอนหลับ มีทุกสิ่งทุกอย่างพรั่งพร้อมบริบูรณ์

“เงียบเหงา อ้างว้าง….” แม้ในท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมให้ความสำคัญและยกย่องเสรรเสริญ

“ล้มเหลว… ”  แม้อยู่ในท่ามกลางความสำเร็จนานัปการ

“จืดชืด….. ” แม้ในท่ามกลางรสนิยม สีสัน ความบันเทิงที่หลากหลาย

“มืดมน….. ” แม้ในยามที่ท้องฟ้าสว่างสดใส

“สับสน…. ” แม้จะมีความรู้มากมาย เข้าใจเหตุผลที่ตรงตามความเป็นจริง

“เหน็บหนาว…..” แม้อยู่ในท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ ก็ยังต้องการไออุ่นจากการแตะต้องสัมผัสกัน

สุดท้าย คือ ความรู้สึกที่จะต้องแสวงหาความรักแท้ให้พบ

การได้พบ “รักแท้” เริ่มต้นขึ้นมาจาก ”ความหวัง” ถ้าเราไม่หวังหรือปฏิเสธ รักแท้คงจะไม่สามารถเข้ามาในชีวิตให้เกิดความพึงพอใจได้ แต่ก็พึงระวังความผิดหวังด้วยในขณะเดียวกัน

ความเข้าใจ “บทพิสูจน์รักแท้” ต่อไปนี้ จะเป็นเครื่องป้องกันการหลงเชื่อคนง่ายๆ ที่มารักเล่นๆ รักพอสนุก หาความสุขไปวันๆ ซึ่งเป็น “รักเทียม” ที่เข้ามาก่อทุกข์ฝังใจมิรู้ลืม…. เพราะจุดหมายปลายทางของรักแท้ที่เราทุ่มเทแสวงหามานั้น ควรจะเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความสุขอย่างเต็มเปี่ยม

13 บทพิสูจน์รักแท้

“รักแท้” เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อยจากความรู้สึกที่ดีๆ ตั้งแต่ได้พบหน้า อากัปกิริยา รอยยิ้ม การพูดคุยที่ถูกคอ เกิดความรู้สึกประทับใจ ยิ่งคบก็ยิ่งเห็นความตั้งใจที่จะทำในสิ่งดีๆ เพื่อกันและกัน รักแท้ต้องอาศัยเวลาเพื่อผ่านบทพิสูจน์มากมายที่สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์วัดระดับความรักแท้ของทั้งสองฝ่าย คือ

1  การเรียนรู้นิสัยใจคอ

คนเราย่อมมีความแตกต่างกันหลายประการและมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอในแต่ละขั้นตอนของชีวิต การคบหาสมาคมกันตั้งแต่เริ่มต้นควรจะเป็นไปเพื่อการเรียนรู้นิสัยใจคอที่แท้จริง ไม่เพียงคิดว่าหล่อหรือสวย มีเสน่ห์ ร่ำรวยหรือยากจน

การทุ่มเทความรักให้โดยที่ยังไม่ได้ศึกษานิสัยใจคอกันมากพอ หรือเอานิสัยที่ปรากฏตอนเริ่มคบกันใหม่ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างหันเอาด้านที่ดีๆ มาเป็นเกณฑ์ตัดสินความพอใจ ถึงจะเป็นคนมีการศึกษาสูง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานก็มีโอกาสพลาดท่าได้ในเรื่องความรัก

นิสัย คือ สิ่งที่เกิดจากการทำซ้ำบ่อยๆ  และมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำๆ ได้อีก มิใช่สิ่งที่แก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น คนเราต้องดูกันนานๆ ไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน ไม่กี่ปี ไม่ทำให้รู้แน่ชัด  ถ้าคุณได้ทราบประวัติมาว่าอีกฝ่ายเคยเป็นคนเช่นไรมาแล้ว โอกาสที่นิสัยชนิดนั้นจะเกิดขึ้นอีกมีความเป็นไปได้สูงมาก ถ้าคุณรับได้กับข้อเสียบางอย่างก็ดูใจกันต่อไป

อีกอย่างหนึ่ง คือ บางคนแสดงออกไม่เก่ง บางคนแสดงออกน้อยไป บางคนแสดงออกมากเกินไปในด้านต่างๆ เช่น ในการแสดงความรัก การดูแลเอาใจใส่ การแสดงพฤติกรรมต่างๆ มารยาทและกันให้เกียรติ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยเวลาเพื่อจะมองให้ชัดเจน

2 การอ่านใจ

เรามุ่งหวังที่จะทราบว่าสิ่งใดเป็นส่ิงที่ทำให้อีกฝ่ายเกิดความพอใจ, สร้างความไม่พอใจ, รับได้, รับไม่ได้, สิ่งที่ชอบ, สิ่งที่ชัง เป็นต้น เพื่อความละเอียดอ่อนในการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน

แน่นอนเราไม่สามารถล่วงรู้ความคิดที่ออกมาจากใจของอีกฝ่ายหนึ่งได้โดยตรง แต่ในอีกทางหนึ่งความจริงในใจเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ ไม่มีใครสามารถที่จะปกปิดด้วยการเสแสร้งใส่หน้ากากเข้าหากันได้ตลอดเวลา คำพูด สีหน้า แววตาเป็นสื่อที่แสดงความคิดที่อยู่ภายในใจ

การอ่านใจที่ดี คือ การหมั่นสังเกตในทุกๆ ด้าน ฟังความเห็นในเรื่องต่างๆ รอบตัว คุณคิดว่าหากไม่มีเหตุการณ์อะไรมาบังคับ ถ้าเลือกได้เขาจะทำอะไร ใจของเขารักในสิ่งใด ทั้งในด้านการศึกษา การฝึกฝนความสามารถ งานอดิเรก อาหารที่ชอบ การแต่งกาย เป็นต้น ซึ่งจะมีประโยชน์มากในการปรับตัวเข้าหากันและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันต่อไป

เมื่อคุณสามารถอ่านใจของอีกฝ่ายได้ตรงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะปฏิบัติต่อกันได้อย่างเหมาะสมและสร้างความประทับใจต่อกันมากขึ้นเท่านั้น

3 การดูแลเอาใจใส่

เมื่อทั้งสองฝ่ายเติมความรักให้แก่กันด้วยการเอาใจใส่ดูแลด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การให้ การช่วยเหลือที่ไม่หวังการตอบแทน ย่อมจะได้ผลตอบแทนที่มีคุณค่าอย่างเหมาะสมในตัว ทำให้ไม่เกิดความร้อนใจหรือคาดหวังต่อกันมากจนเกินไป

การดูแลเอาใจใส่ที่ดีจนกระทั่งมองตาหรือเห็นอากัปกิริยาก็รู้ใจว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการสิ่งใดและทำให้ในสิ่งที่พึงพอใจเป็นเรื่องที่สำคัญมาก นอกจากนี้ เราสามารถเติมสีสัน ด้วยการมี Surprise ในโอกาสต่างๆ  เช่น ในวันเกิด วันครบรอบอะไรต่างๆ หรือโอกาสอื่นๆ ที่ไม่บอกให้รู้ล่วงหน้าตามความเหมาะสม

4 การเสียสละ

การเสียสละนั้นมีความหมายมากกว่าการให้โดยทั่วไป คือ ต้องยอมสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก ชอบมากๆ หรือหวงแหนมากๆ ทำให้เกิดความซาบซึ้งในน้ำใจ ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ กับคนอื่นๆ ทั่วไป

5 การยกย่องให้เกียรติ

หมั่นระลึกและกล่าวถึงความดีที่อีกฝ่ายได้ทำให้ เมื่ออยู่ในสังคมก็กล่าวถึงความดีซึ่งกันและกัน  ปฏิบัติอย่างเหมาะสมกับความดีที่มีให้แก่กัน ไม่เอาเรื่องอีกฝ่ายไปพูดให้เสียหายในที่ต่อหน้าและลับหลัง 

6 การแสดงความซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่นอกใจ

7 การปกป้อง

เมื่อมีใครมากล่าวร้ายคนที่เรารัก ช่วยทำความเข้าใจกับผู้อื่น แม้เธอหรือเขามีความผิดจริง ยิ่งมีความเห็นใจ ไม่ซ้ำเติม ให้บอบช้ำมากยิ่งขึ้น

8 การไม่ประมาท

ตั้งแต่การเตรียมการด้านความมั่นคงในชีวิต  การมีความประพฤติที่ดีมีศีลธรรม ไม่ข้องเกี่ยวอบายมุข เช่น สุรา ยาเสพติด บุหรี่ การพนัน การเที่ยวกลางคืน การทำในสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ มีความขยันทำมาหากินในอาชีพสุจริต เพื่อเห็นแก่เกียรติยศชื่อเสียงของคนที่เรารัก

9 การยืดหยุ่น

ไม่ยืนกรานทำสิ่งที่ตนเองปรารถนามากเกินไป โดยเป็นการรบกวนจิตใจจนอีกฝ่ายไม่สามารถทนรับได้ ต้องฝืนใจอยู่ร่วมกันไป หากต้องการให้อีกฝ่ายเกิดการปรับตัว ก็ควรเป็นการทำความเข้าใจด้วยเหตุผลที่ถูกต้องควรจะเป็น

โดยเฉพาะ ชีวิตคนไทยเรานั้น ต่างจากประเทศพัฒนาแล้วที่มีระบบสวัสดิการดี มีการเงินเลี้ยงดูทุกๆ คนในฐานะประชาชน มิให้ลำบากเดือดร้อน ยามแก่ก็มีที่พักคนชราที่ทันสมัย ส่วนคนไทยต้องดูแลบิดามารดา ส่งเสียหมู่ญาติ สารพัด ดังนั้น ความยืดหยุ่นให้อีกฝ่ายได้ดูแลวงศาคณาญาติตามความเหมาะสมจึงเป็นส่ิงที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ในทางดีก็ทำให้เกิดความอบอุ่น แต่จะมีขอบเขตระดับใด พึงจะต้องตกลงกันให้ดี

10 การเก็บความลับ

ไม่นำเอาเรื่องราวที่ไม่พอใจไประบาย กล่าวโทษอีกฝ่ายหนึ่งให้คนอื่นได้ยินได้ฟัง ควรแก้ไขปัญหากันเองให้จบ รวมถึง ข้อมูลใดๆ ที่ไม่ควรเปิดเผย จะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตครอบครัว ธุรกิจการงาน ก็พึงระวัง

11 การร่วมทุกข์

ในช่วงเวลาของการร่วมสุขนั้นง่าย คือ เมื่อได้ดิบได้ดี มั่งมีศรีสุข ส่วนการร่วมทุกข์ได้ เมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ความผิดพลาดล้มเหลวในชีวิตเกิดขึ้นมา เช่น มีหนี้สิน, การบาดเจ็บ, อุบัติเหตุต่างๆ เป็นต้น การดูแลกันในยามทุกข์ใจ ไม่ทอดทิ้งกัน เป็นบทพิสูจน์รักแท้ที่ทำได้ยาก เป็นการให้กำลังใจอย่างดีที่สุด

12 การยอมและการให้อภัย

ยอมห่างไกล…  เมื่อมีเหตุการณ์จำเป็น เช่น ต้องทำงานในที่ไกลๆ เป็นต้น

ยอมโง่… เมื่ออีกฝ่ายปกปิดหรือไม่สามารถบอกความจริงให้รู้ทุกสิ่ง

ยอมเจ็บ…  เมื่ออีกฝ่ายพลาดพลั้ง ได้พูดหรือทำในสิ่งที่ทำให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ

ยอมสูญเสีย… เมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถจะสร้างฐานะให้มั่นคงได้อย่างที่หวังกันไว้ในเมื่อเราได้เลือกเขาเข้ามาในชีวิตเราแล้ว

13 การอุทิศส่วนกุศล

เมื่ออีกฝ่ายจากกันไปโดยธรรมดาของสังขาร การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เป็นประจำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในวันพระก็เป็นบทสุดท้ายของ “รักแท้ “ที่จะทำให้แก่กันได้

บทพิสูจน์รักแท้ดังกล่าว ยิ่งทั้งสองฝ่ายทำได้มากข้อและทำได้ต่อเนื่องสมบูรณ์เพียงใดก็ยิ่งทำให้ความรักเต็มไปด้วยความหวานชื่น มีกำลังใจ นับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ได้เกิดมาพบคนดีๆ ในชีวิตที่รักเราจริง ซึ่งมีผู้ที่ผ่านบททดสอบชีวิตต่างๆ เหล่านี้มาแล้วเป็นจำนวนมาก สามารถอยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่าและคงไว้ซึ่งความรักแท้ที่ไม่เปลี่ยนแปรไปตามการเวลา

อย่างไรก็ตาม เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถผ่านบทพิสูจน์ในข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายๆ ข้อดังกล่าวได้ คุณจะยังสามารถรักษาความรู้สึกดีๆ พอใจกับประสบการณ์ที่ผ่านมา โดยไม่เรียกร้องการกระทำดีเพิ่มเติมใดๆ จากอีกฝ่ายหนึ่งและปราศจากความเคืองแค้นใดๆ ได้หรือไม่ การให้อภัยเมื่ออีกฝ่ายจำต้องจากไปไม่ว่าด้วยอารมณ์ใดๆ ที่สมเหตุสมผลหรือไม่ก็ตาม มันก็คือการยุติบทบาทของความรัก และบางครั้งมันก็หมายถึงอาจจะมีความรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำไว้ร่วมกัน

ในที่สุดแล้ว ความรักแท้ที่มีให้ตนเองเป็นรักที่ทรงคุณค่าที่สุดเสมอ ในการจะประสบความสำเร็จทุกเรื่องทั้งทางโลก ทางธรรม จะต้องมี ฉันทะ  คือ ความรักใคร่ในสิ่งนั้นๆ อย่างแท้จริง ต่อจากนั้น ความเพียรพยายาม การเอาใจจดจ่อและหมั่นสอดส่องพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ก็จะเกิดขึ้นจนกระทั่งพาเราให้ไปถึงจุดหมายปลายทางของความสุขในจิตใจได้ในที่สุด

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Leave A Response