6 ข้อควรพิจารณาในการเลี้ยงลูกยุคใหม่

Posted on Jun 3 2013 - 9:16am by DMR

happy family using tablet pc

ความคิดความอ่านของคนเจริญขึ้นได้จากสองสาเหตุหลัก คือ 

1. การเรียนรู้จากผู้อื่น เช่น การทำให้ดูเป็นแบบอย่าง, การแนะนำ, การชักชวน,  การอบรมสั่งสอน, การส่งเสริมสนับสนุน, การโฆษณา, การนำเสนอเนื้อหาผ่านสื่อในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น

2. ความสามารถในการพิจารณาด้วยปัญญาของตนเอง

ส่วนของพ่อแม่ จัดอยู่ในข้อ 1 ในฐานะเป็นบุคคลที่สามารถอยู่ใกล้ชิดและติดตามการเปลี่ยนแปลงของลูกได้เป็นประจำทุกวัน ซึ่งจะมีผลต่อการสร้างพฤติกรรมที่ดีแก่ลูกผ่านการเอาใจใส่ดูแลในทุกๆ ด้านเพื่อให้ลูกมีคุณภาพชีวิตท่ี่ดีซึ่งมีประเด็นที่ควรศึกษาพิจารณาดังนี้

1 กำหนดประเด็นที่จะชี้วัดคุณภาพชีวิตที่ดีของลูก เช่น

  • ด้านสุขภาพร่างกาย
  • ด้านจิตใจ 
  • ด้านการศึกษา
  • ด้านความสัมพันธ์ในครอบครัวและหมู่ญาติ
  • ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม
  • ด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม 
  • ด้านอาชีพการงาน

2  ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตทุกประเด็น

  • เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตตนเอง
  • สังเกตผู้คน เหตุการณ์รอบตัว ใครทำสิ่งใดแล้วได้ผลอะไรกลับคืนมา
  • สอบถามผู้รู้จริงแต่ละเรื่อง
  • ค้นคว้าหาความรู้ที่ได้มาตรฐาน
  • ติดตามข้อมูลข่าวสาร
  • เดินทางไปต่างประเทศหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะกับคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศบ้าง โดยเฉพาะประเทศที่ผู้คนมีมาตรฐานคุณภาพชิีวิตที่ดี เช่น นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น

3 มีวินิจฉัยถูกในการมองโลกแต่ละช่วงเวลา

คนฉลาดและคนเก่งมีจำนวนมาก ส่วนคนดีที่สามารถส่งเสริมสิ่งที่ดีมีคุณค่าให้เจริญก้าวหน้าจนกระทั่งสามารถต้านทานกำลังของสิ่งที่เป็นโทษภัยยังมีจำนวนน้อยและไม่มีอิทธิพลมากพอต่อการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของโลก เพราะผู้คนมองความเจริญก้าวหน้าตามกระแส “บริโภคนิยม” มากกว่า “อุดมการณ์” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง รวมถึงขาดความเข้าใจเรื่องการบริหารการเงินทำให้เกิดภาระหนี้สินจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นในขณะที่รายได้ไม่พอเพียง ซ้ำยังหมดเงินไปกับอบายมุขต่างๆ เช่น เหล้า, บุหรี่, การพนัน, สิ่งเสพติด, ความบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ  ซึ่งนับวันยิ่งมีสถิติสูงขึ้นมากในประเทศไทย

ภาวะโลกร้อนและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลสรุปการกระทำโดยรวมของมวลมนุษยชาติว่าได้ทำให้คุณภาพชีวิตต้อยต่ำลง มนุษย์จะตกอยู่ในภาวะความเจ็บไข้ได้ป่วยง่ายขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่สามารถลดปัจจัยการเกิดภาวะเรือนกระจกได้จริงและมักเป็นประเทศที่มีประชากรไม่มาก ส่วนประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีอำนาจทางเศรษฐกิจและเป็นแหล่งการศึกษาที่ได้รับความยอมรับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, จีน, อินเดีย, รัสเซีย, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, เยอรมัน, เกาหลีใต้, แคนาดา กลับกลายเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยกันทั้งหมด  ดังนั้น เราจึงควรพิจารณาการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เพื่อปลูกฝังเด็กได้ให้เรียนรู้เส้นทางที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีกว่าที่ผ่านมา รวมถึงทำให้ตนเองและครอบครัวได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม โดยมีหลักการวินัจฉัยเพื่อสร้างความเข้าใจด้านต่างๆ  ดังนี้

  • ความเข้าใจด้านเหตุและผล เช่น ทำสิ่งใดแล้วได้ผลอย่างไร ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 
  • ด้านการมองประโยชน์และโทษของการกระทำต่างๆ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว
  • ด้านองค์ประกอบต่างๆ ว่าจะส่งผลต่อพฤติกรรมและอารมณ์ความรู้สึกของลูกอย่างไร  เช่น บุคคลที่เด็กติดต่อสื่อสารด้วยเป็นประจำ, สิ่งแวดล้อม, ระบบการศึกษา, สังคมและวัฒนธรรมปัจจุบัน เป็นต้น 
  • ด้านลำดับความสำคัญ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงด้านต่างๆ สิ่งใดที่มีผลไม่ดีมาก จะดำเนินการป้องกันอย่างไร
  • ด้านทางเลือกที่เหมาะสมกับแต่ละเหตุการณ์ วิเคราะห์ผลสูงสุดของแต่ละทางเลือก

4 สังเกตพฤติกรรมของลูก

พฤติกรรมมีผลต่อคุณภาพชีวิตทุกหัวข้อ มีบทบาทในการลิขิตชีวิตมากที่สุด เมื่อเราสังเกตออกก็จะพอทราบได้ว่า ลูกของเรามีพฤติกรรมใดที่ควรส่งเสริม หรือควรแก้ไขปรับปรุง

  • ระเบียบวินัย ความตรงต่อเวลา การบริหารเวลา 
  • ระดับการให้ความสนใจและการพัฒนาตนเอง ด้านการศึกษาศาสตร์ความรู้และด้านศิลปะความสามารถที่หลากหลาย เด็กมีความถนัดในทางใด จะมีอาชีพรองรับในรูปแบบใดบ้าง ให้ผลตอบแทนอย่างไรทั้งในด้านทรัพย์สินเงินทอง คุณค่าทางใจ และจะมรดกทางวัฒนธรรมที่ดีสำหรับคนรุ่นต่อไปหรือไม่
  • การใช้งานอินเทอร์เน็ต เข้าเว็บไซต์ประเภทใดบ้าง ใช้เวลานานเท่าใด ใช้ทำอะไร มีผลอย่างไรบ้าง
  • นิสัยใจคอ เช่น รักความสะอาด มีระเบียบ สุภาพ อดทน มุ่งมั่น ขยัน เป็นต้น
  • การคบเพื่อน หรือบุคคลที่ติดต่อสื่อสารกันบ่อยๆ ผ่านโลกออนไลน์ 

5 สื่อสารกับลูกตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ในการส่งเสริมหรือแก้ไขพฤติกรรม

องค์ประกอบของการสื่อสาร

  • สาร คือ ส่ิงที่ต้องการให้อีกฝ่ายรับรู้ เช่น คำพูดที่ใช้, การแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง, เนื้อหาที่เป็นภาพและเสียง เป็นต้น
  • สื่อ  คือ ตัวกลางที่ใช้ในการส่งผ่านสาร จนถึงรับรู้ได้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ซึ่งนอกจากการพูดคุยกันตามปกติ ปัจจุบันมีช่องทางหลากหลายมากขึ้นและทำให้เด็กเรียนรู้ได้เร็วขึ้น เช่น คอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต, โทรศัพท์มือถือ, ทีวี, วิทยุ เป็นต้น
  • ผลตอบรับ คือ พฤติกรรมที่ลูกแสดงออก, ความพึงพอใจ หรือ ไม่พึงพอใจ, มีการพัฒนาความสามารถในด้านที่เรียนรู้มาจากการดูตัวอย่าง เป็นต้น
  • สิ่งรบกวน เช่น เสียงดังรบกวน, อารมณ์หงุดหงิด, จิตใจที่จดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นหรือกำลังสับสนว้าวุ่นทำให้ไม่เปิดรับสิ่งใด เป็นต้น 

6 สังเกตการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงแก้ไขวิธีการสื่อสารกับลูกจนกว่าจะบรรลุผลที่พึงปรารถนา หรือปรับให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ในแต่ละช่วงเวลา

 

โลกแห่งการเรียนรู้ในอนาคตอันใกล้จะมาในรูปแบบที่คาดการณ์ได้ยากมากขึ้น เพราะมีผู้ผลิตเนื้อหาผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ออกมาเป็นจำนวนมากมายขึ้นเรื่อยๆ และมีกลยุทธ์ในการค้าขายผลิตภัณฑ์หลากหลายที่มุ่งสู่ตลาดเยาวชน โดยเฉพาะในโลกของเกมออนไลน์จะมีผลต่อพฤติกรรมอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าพ่อแม่อาจจะไม่สามารถคาดการณ์ได้ทั้งหมดว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะมีอิทธิพลกับลูกไปในทิศทางใด แต่สิ่งหนึ่งที่ควรจะต้องรักษาแบบแผนไว้ คือ การสอนลูกให้เป็นคนดีมีคุณธรรม มีจิตใจที่ดีงามจะทำให้เป็นคนมีคุณค่าเสมอในทุกกาลเวลา

 

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Leave A Response